ประโยชน์ซึ่งมาจากนมวัว

นมวัวมีความเกี่ยวเนื่องกับสุขภาพที่ดีทำให้เป็นเครื่องดื่มที่มีการบริโภคเยอะที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศสหรัฐอเมริการวมทั้งยุโรป นมเป็นของเหลวสีขาวที่ผลิตโดยต่อมนมของสัตว์กินนม สัตว์กินนมทั้งหมดรวมถึงมนุษย์ชอบผลิตนมเพื่อของกินลูกหลานของพวกเขาจนกว่าพวกเขาจะพร้อมสำหรับของกินแข็ง

มีสารอาหารที่มีคุณค่าและก็สามารถให้คุณประโยชน์ทางสุขภาพได้หลากหลาย แคลเซียมเช่นสามารถป้องกันโรคกระดูกพรุนได้ อย่างไรก็ตามบางคนไม่สามารถย่อยน้ำตาลแลคโตสน้ำตาลในนมหลังจากที่พวกเขาเลิกกินนมเนื่องจากพวกเขาไม่ได้ผลิตเอนไซม์ที่รู้จักกันเป็น lactase มากพอ จะต้องใช้แลคเตสในการย่อยอาหารอย่างถูกต้อง เมื่อความวิตกเกี่ยวกับการแพ้แลคโตสรวมทั้งอาการแพ้นมขยายออกไปตอนของนมทดแทนเช่นนมอัลมอนด์และก็นมถั่วเหลืองก็มีให้บริการ
ผลดีต่อสุขภาพของนม นมได้รับการเห็นเป็นเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพเพราะมีสารอาหารอยู่ในชั้นสูง หลักเกณฑ์ของกระทรวงเกษตรของสหรัฐฯ (USDA) สำหรับปี 2015-2020 ชี้ให้เห็นว่าชาวอเมริกันควรจะบริโภค นมที่ไม่มีไขมันหรือไขมันต่ำและนมโยเกิร์ตชีสแล้วก็ หรือเครื่องดื่มถั่วเหลืองเสริม
อย่างไรก็ตามพวกเขายังเสนอแนะให้บริโภคแคลอรี่น้อยกว่า 10 เปอร์เซ็นต์ในทุกๆวันจากไขมันอิ่มตัวโดยอ้างถึงเนยและก็นมสดเป็นตัวอย่างของกินที่มีไขมันอิ่มตัวสูง
สุขภาพของนมและกระดูก นมวัวสามารถเป็นแหล่งแคลเซียมแร่ที่มีความจำเป็นในการพัฒนาแล้วก็บำรุงกระดูกรวมทั้งฟันที่แข็งแรง นมเป็นสิ่งที่ดีสำหรับกระดูกเพราะมีแหล่งที่อุดมไปด้วยแคลเซียมธาตุที่ต้องต่อสุขภาพกระดูกรวมทั้งฟัน นมวัวมีวิตามินดีช่วยสร้างเสริมสุขภาพกระดูก แคลเซียมรวมทั้งวิตามินดีช่วยป้องกันโรคกระดูกพรุน
แนวทางอื่นๆในการปรับแก้สุขภาพกระดูกรวมทั้งลดการเสี่ยงของโรคกระดูกพรุนรวมทั้งการออกกำลังกายเสมอๆรวมทั้งการฝึกหัดความแข็งแรงเลี่ยงการสูบยาสูบและก็ทานอาหารสุขภาพที่มีโซเดียมต่ำและก็มีโพแทสเซียมสูง วิตามินดีส่วนมากของร่างกายถูกสังเคราะห์ขึ้นโดยร่างกายเมื่อโดนแสงแดดเพราะฉะนั้นการใช้เวลานอกตึกเป็นสิ่งจำเป็น
การศึกษาบางส่วนได้บทสรุปว่าการบริโภคนมไม่ช่วยเพิ่มความสมบูรณ์ของกระดูกในเด็ก การศึกษาเจ็ดปีที่ติดตามการกินอาหารและการออกกำลังกายของวัยรุ่นระบุว่าสินค้าจากนมและก็แคลเซียมมิได้ป้องกันการแตกหักของความตึงเครียด
นมแล้วก็สุขภาพหัวใจ นมวัวเป็นแหล่งโพแทสเซียมที่สามารถเพิ่มการขยายหลอดเลือดและลดความดันเลือดได้ การเพิ่มจำนวนโพแทสเซียมรวมทั้งการลดโซเดียมสามารถลดการเสี่ยงต่อโรคหัวใจรวมทั้งเส้นเลือดได้ตามการเล่าเรียนของ Dr. Mark Houston ผู้อำนวยการสถาบันความดันโลหิตสูงที่โรงหมอเซนต์โทมัสเมืองเทเนสซี
ผลการค้นคว้าพบว่าคนที่บริโภคโพแทสเซียม 4069 มก.ต่อวันมีการเสี่ยงน้อยกว่าจำนวนร้อยละ 49 ของการตายจากโรคหัวใจขาดเลือดเทียบกับคนที่บริโภคราวๆ 1000 มก.ต่อวัน ตามการสำรวจสุขภาพแล้วก็โภชนาการแห่งชาติพบว่าน้อยกว่า เปอร์เซ็นต์ของคนแก่ในประเทศสหรัฐอเมริกาที่ได้รับการเสนอแนะ 4700 มก. ทุกวี่ทุกวัน

Be the first to comment

Leave a Reply

Your email address will not be published.


*